แนะการใช้ชีวิตผู้ป่วยเบาหวานในยุคโซเชียล

สมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ สร้างเกราะความรู้ให้ผู้เป็นเบาหวานในยุคโซเชียลมีเดีย เดินหน้าสร้างเครือข่ายชมรมผู้เป็นเบาหวานให้ครอบคลุม ทั่วประเทศ หวังลดการเกิดโรคเบาหวานในคนไทย

          ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายปี พ.ศ.2557 ในประชากรตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าเป็นเบาหวานร้อยละ 8.9 หรือคิดเป็น 4.8 ล้านคน นอกจากนี้ การรักษาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบรรลุเป้าหมายเพียงร้อยละ 38.2

          ท่ามกลางการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าอย่างมาก ในสภาพสังคมออนไลน์ในปัจจุบันที่สามารถสื่อสารส่งต่อความรู้ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง จึงนำมาสู่การเสวนาทางวิชาการ “การใช้ ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานในยุคโซเชียลมีเดีย” ของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ประจำปีพ.ศ.2560 นี้ เพื่อหาคำตอบและแนวทางในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมให้การป้องกันและรักษาโรคเบาหวานในประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย เพื่อลดการเกิดโรคเบาหวานในคนไทย และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน

          นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวาน แห่งประเทศไทยฯ  เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์และการใช้เทคโนโลยีในการดูแลโรคเบาหวานมีบทบาทมากขึ้นในการรักษาผู้ป่วย โดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ได้ตระหนักถึงผลกระทบในส่วนนี้มาโดยตลอด และล่าสุดสมาคมฯ ได้มุ่งสร้างเกราะความรู้ความเข้าใจต่อผู้คนสังคมไทยในรูปแบบ “โครงการสัมมนาเครือข่าย ชมรมผู้เป็นเบาหวาน” โดยได้จัดร่วมกับโรงพยาบาลในภูมิภาคต่างๆ เพื่อรวมตัวสร้างเป็นเครือข่ายขึ้นระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้เป็นเบาหวาน ซึ่งเป็นการรวมตัวที่ก่อให้เกิดประสิทธิผลมาก เนื่องด้วยแพทย์จะได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้เป็นเบาหวานและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ทำให้เข้าใจถึงปัญหา และร่วมกันหาทางออกที่ดี นำไปสู่การพัฒนาการดูแลตนเองและการช่วยเหลือระหว่างผู้ป่วยด้วยกัน โดยที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้จัดไปแล้ว 6 จังหวัด เริ่มจากกรุงเทพฯ อุบลราชธานี สงขลา เชียงใหม่ ระยอง และพิษณุโลก สามารถเข้าถึงผู้นำกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานได้ถึง 400 คน บุคลากรทางการแพทย์ 300 คน จากทั้งหมด 128 โรงพยาบาล และมีแผนดำเนินการขยายสังคมเครือข่าย ผู้เป็นเบาหวานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้การรักษาเบาหวานบรรลุเป้าหมาย และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเห็นว่า ควรมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์สร้างเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ผู้ป่วยและประชาชน”

          ศ.นพ.ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ความเห็นว่า “ยุคโซเชียลทำให้พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไป ชอบค้นหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ด้วยตนเอง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา อาจารย์ได้เปิดเฟซบุ๊ค ชื่อ Endocrinology by Prof. Chatlert Pongchaiyakul เป็นเพจทางวิชาการ เริ่มแรกตั้งใจจะให้ความรู้ทางวิชาการทางด้านระบบต่อมไร้ท่อและเบาหวานแก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก แต่หลังจากเปิดเพจไประยะหนึ่งพบว่ามีผู้ติดตามเพจจำนวนมากที่เป็นประชาชนทั่วไป ทำให้ต้องนำเสนอข้อมูลในวงกว้างสำหรับผู้อ่านทั่วไป ให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคทางต่อมไร้ท่อและโรคเบาหวานไปด้วย ปัจจุบัน เพจนี้มีผู้ติดตามประมาณเกือบสี่หมื่นคน นอกจากเฟซบุ๊คแล้ว อาจารย์ยังได้ทำการให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยในการรักษาโดยผ่านโปรแกรม LINE โดยส่งข้อมูลเรื่องการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การปรับยาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมได้ดีขึ้นอีกด้วย”

รูปจาก pixabay.com  https://pixabay.com/en/smartphone-cellphone-apple-i-phone-1894723/

ขอบคุณข้อมูล จาก สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ https://goo.gl/hJ9c9F

 


 

🌞🌞สำหรับท่านที่เคยไปตรวจสุขภาพแล้วพบ ค่าน้ำตาล ความดัน และไขมัน เริ่มสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน ควรเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ และเริ่มดูแลตัวเอง กับทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมสมุนไพรออร์แกนิกเพื่อสุขภาพ D-Herbs+

👩👩ปรึกษาปัญหาสุขภาพกับผู้เชี่ยวชาญ
สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ : 096-272-8997
แอดไลน์ คลิกที่นี่: http://line.me/ti/p/~@d-herbs.plus
ไลน์ไอดี: @d-herbs.plus (อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะคะ)
เว็บไซต์ : www.d-herbsplus.com
#dherbs+ #สมุนไพรออร์แกนิค #อาหารเสริม #สมุนไพร #นวัตกรรม

By | 2017-08-30T09:29:16+00:00 August 30th, 2017|Knowledge|Comments Off on แนะการใช้ชีวิตผู้ป่วยเบาหวานในยุคโซเชียล