เบาหวาน กับ ความดัน ระบบหลอดเลือด และ โรคหัวใจ

ผู้เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ระบบหลอดเลือดใหญ่ และโรคหัวใจ
และนี่คือสถิติตัวเลขที่น่าตกใจ!!!

  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน 2 ใน 3 ราย เป็นโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และ ความดันโลหิตสูงด้วย!!!
  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคหัวใจ 2 – 4  เท่า ของคนปรกติ!!!
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ 5 เท่าของคนปกติ!!!
  • ผู้เป็นเบาหวาน 3 ใน 4 ราย เป็น โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต!!!

ตัวเลขที่น่าสะพรึงกลัวข้างต้นนี้ ยังไม่หมดแค่นั้น  วงการแพทย์พบว่าผู้เป็นเบาหวานที่มีความดันโลหิตสูงจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาอย่างไม่ลดละ ดังนี้

  • ผู้ที่เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง จะมีอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด เป็น 2 เท่าของผู้ที่มีความดันโลหิตสูงแต่ไม่เป็นเบาหวาน
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานที่มีความดันโลหิตสูงจะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนที่ตา ที่ไต และที่สมองเพิ่มขึ้น
  • ความดันโลหิตทุก 10 มม. ปรอทที่ลดลงจะลดอัตราการเกิด
  • โรคแทรกซ้อนลงได้ร้อยละ 12  ลดอัตราการเสียชีวิตลง
  • ร้อยละ 15 และลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ร้อยละ 11
  • ภาวะความดันโลหิตสูงพบมากกว่าครึ่งของประชากรชาย 60 – 69 ปี และพบถึง 3 ใน 4 ของผู้ที่มีอายุ
  • 70 ปีขึ้นไป!!!

ทำไมโรคเบาหวานจึงเดินทางมาพร้อมๆกับโรคความดัน โรคหัวใจ และระบบหลอดเลือดใหญ่???

เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในเรื่องนี้ เรามาดูวงจรของโรคเบาหวานด้วยแผนภูมิ และ คำอธิบายง่ายๆ ดังนี้

จากเบาหวาน เป็นความดัน จากความดัน เป็นโรคหัวใจ และ หลอดเลือดที่สมองตีบแล้ว…เบาหวานยังนำไปสู่โรคร้ายแรงอื่นๆนอกเหนือจากนี้อีกหลายโรค!!!  แต่ในคราวนี้ เราจะรีบหาทางป้องกัน แก้ไข และ ควบคุม ทั้งเบาหวาน และ ความดันกันให้ได้เสียก่อน

ถ้าปล่อยให้เป็นเบาหวานไปนานๆ และเป็นความดันโลหิตสูงไปเรื่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้น???

อย่างแรกเลยก็คือ ถ้าคุณไม่รีบหาทางรักษาเบาหวาน หรือปล่อยปละละเลยให้เป็นเบาหวานไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับว่าความดันของคุณก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  และที่คุณจะชะล่าใจไม่ได้เลยก็คือ ความดันโลหิตที่สูงในระดับอ่อนหรือปานกลาง  มักจะไม่ปรากฏอาการอะไรให้เห็นชัดเจน  แต่เกิดการทำลายอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของคุณไปทีละน้อยๆ อย่างช้าๆ จนกระทั่งเกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงขึ้นในที่สุด เช่น หัวใจโต หลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว ไตเสื่อม ไตวาย หรือ หลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งนำไปสู่การเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์!!!

ภาวะความดันโลหิตสูงจึงได้รับการขนานนามว่า ฆาตกรเงียบ !!!

ส่วนความดันโลหิตสูงในระดับรุนแรง จะปรากฏอาการเหล่านี้ให้คุณรู้สึกได้ เช่น ปวดศีรษะตุบๆ  มึนหรือเวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย เลือดกำเดาออก ตามองไม่เห็นข้างหนึ่งชั่วคราว  เป็นต้น

ดังนั้นเมื่อเกิดอาการผิดปกติ จึงควรไปตรวจวัดความดันโลหิต ไปปรึกษาแพทย์ เพราะถ้าพบความดันโลหิตสูงมากจะได้รักษาได้ถูกต้องและทันท่วงที ซึ่งเมื่อความดันโลหิตลดลงมาเป็นปกติอาการดังกล่าวก็จะหายไป

ความดันสูงแค่ไหน จึงจะจัดว่าเป็นความดันโลหิตสูง?

แผนภูมินี้สามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างชัดเจน

การป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นความดันโลหิตสูงโดยทั่วไป มีดังนี้

  • ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป ในกรณีที่น้ำหนักเกิน พบว่าทุกหนึ่งกิโลกรัมที่ลดน้ำหนักลง จะช่วยลดความดันโลหิตลงได้ 1 มม.ปรอท
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ไม่กินอาหารหวานจัด เค็มจัด มันจัด ไม่ละเลยอาหารเช้า และกินผัก – ผลไม้ให้มากขึ้น แต่ไม่ควรกินผลไม้รสหวานมากเกินไป
  • ลดการดื่มเหล้าให้น้อยลง  และเลิกสูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันละ 30-45 นาที จะช่วยลดความดันโลหิตลงได้ 
  • ต้องตรวจวัดความดัน วัดระดับน้ำตาลในเลือด และค่าน้ำตาลสะสมในเลือด ทุกๆ 6 เดือน หากพบว่าผลการตรวจออกมาอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ควรตรวจซ้ำทุกๆ 3 เดือน
  • หากพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง ต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ
  • นอกจากตรวจค่าน้ำตาลแล้ว ควรตรวจไขมันในเลือดด้วย

เพราะเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งถ้าไม่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี ก็จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ต่อหลอดเลือด ทั้งหลอดเลือดใหญ่และหลอดเลือดเล็กทั้งระบบ!!! และบรรดาโรคแทรกซ้อนทั้งหลายที่ตามหลังเบาหวานมานั้น  ก็จะสัมพันธ์กับระยะเวลาในการเป็นเบาหวาน  ยิ่งถ้าปล่อยให้เป็นเบาหวานนานมากเท่าไหร่  ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคแทรกซ้อนเรื้อรังดังที่กล่าวมาแล้วมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมว่า เบาหวาน เป็นตัวการที่นำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูง!!! เพราะฉะนั้น การป้องกันความดันไม่ให้สูง จึงต้องควบคุมเบาหวานให้ดี!!!  ดังนั้น การป้องกันในขั้นนี้จึงหมายถึง

ทั้งเบาหวานและความดันจะควบคุมและรักษาได้อย่างไร?

ผู้ที่เป็นเบาหวานและความดันส่วนใหญ่มักจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเป็นเบาหวานและความดันเสียแล้ว การควบคุมและรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง แต่ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า เบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง และ ความดันโลหิตสูงเมื่อรักษาด้วยการกินยาตามแพทย์สั่งแล้วก็ต้องกินยากันไปตลอดชีวิต และการกินยาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมากเท่าไหร่ ยิ่งนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเกิดสารตกค้างในร่างกายสะสมมากขึ้นเท่านั้น และสารตกค้างเหล่านี้อาจส่งผลกระทบถึงขั้นทำให้ตับพัง ไตวาย หรือก่อให้เกิดโรคร้ายแรงชนิดอื่นตามมาภายหลังได้

D – Herbs Plus : ทางเลือกสู่ทางรอด

เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรัง ต้องใช้เวลาในการรักษานานหรือตลอดชีวิต แต่การรับประทานยาเคมีหรือยาแพทย์แผนปัจจุบันติดต่อกันเป็นเวลานาน  หรือหลายขนาน หรือปริมาณมาก  กลับให้โทษในระยาว เท่ากับตายผ่อนส่ง  เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับและไต ถึงขั้นทำให้ตับพัง ไตวาย ถึงขั้นเสียชีวิต อีกทั้งยังมีสารตกค้างสะสมอยู่ร่างกายปริมาณมาก ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงชนิดอื่นตามมาภายหลัง ดังนั้น ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ภายใต้ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลส์) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้กล่าวแสดงความห่วงใยออกกฏในการบริโภคยาคือ

  • กฎข้อที่หนึ่ง  :  การกินยา ยิ่งมาก  ยิ่งนาน  ยิ่งเสี่ยงมาก ทั้งพิษจากยาและการที่ยาออกฤทธิ์ตีกัน!!!

  • กฎข้อสอง  :  การกินยามาก ไม่ได้ช่วยให้หายมากขึ้น ตรงข้ามอาจทำให้ตับวายมากกว่า!!!

D-Herbs Plus  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ผลิตจากสมุนไพรออร์แกนิค 100%  จึงเป็นสุดยอดของทางเลือกที่จะช่วยให้คุณลดและควบคุม เบาหวาน ความดัน และ ไขมันในเลือด  ได้อย่างปลอดภัย 100 %

เพราะ D – Herbs Plus ผลิตจากสมุนไพรออร์แกนิค 100%  จากแปลงปลูกของสุดยอดสมุนไพร อันได้แก่ คือ ผักเชียงดา เจี้ยวกู่หลาน เห็ดหลินจือ ฯลฯ
สุดยอดสมุนไพรดังกล่าวนี้ มีสรรพคุณมหาศาลทั้งด้านโภชนาการ และ ด้านเภสัชวิทยา ปราศจากการใช้สารเคมี ทุกขั้นตอน โดยได้ผ่านการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ในห้องปฏิบัติการร่วมกับ คณะนักวิจัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   สู่การสกัดเฉพาะสารสำคัญเข้มข้นด้วยเทคโนโลยีทันสมัย  มาบรรจุในแคปซูลพืช  (Veggie Capsule) ที่ไม่ตัดแต่งพันธุกรรม ไม่แต่งสีแต่งกลิ่น และไม่ใส่สารกัดบูด

สรรพคุณหลักของ D – Herbs Plus มีดังนี้

  • ลด และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้ค่าน้ำตาลสะสมที่มีค้างในร่างกายและควบคุมยากที่สุด ค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • ปรับสมดุลของร่ายกายให้ เบาหวาน ความดัน คลอเรสตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ อยู่ในระดับสมดุล 
  • ลดอาการแทรกซ้อนจากเบาหวานทุกอาการ เช่น มึนเวียนศรีษะ มือชา เท้าชา ตาพร่า ตามัว เบาหวานขึ้นตา รักษาอาการตาบอดชั่วคราวที่เกิดจากเบาหวาน ฯลฯ
  • ลดและความคุม ความดันโลหิต
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดสภาวะหัวใจขาดเลือด อันเนื่องมาจากไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • ฟื้นฟู บำรุง และปรับสมดุลค่าตับให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • ฟื้นฟู บำรุงตับอ่อน กระตุ้นระดับอินซูลินในร่างกายสมดุล
  • ฟื้นฟู และบำรุงระบบการทำงานของไต บำรุงต่อมหมวกไต
  • บรรเทาอาการปวดข้อจากโรคเก๊าท์

D – Herbs Plus แตกต่างจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทอื่น

เพราะ D – Herbs Plus เป็นสารสกัดเข้มข้นที่มีคุณค่าล้วนๆ ไม่ได้นำใบของสมุนไพรมาบดเป็นผงแล้วบรรจุในแคปซูล ฉะนั้น ขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่น ต้องรับประทานวันละ 2 – 3 ครั้ง ครั้งละ 4 – 6 แคปซูล  แต่ D – Herbs Plus ใช้รับประทานเพียงแค่วันละ 1 หน่วยบริโภค

ด้วยเหตุนี้ D – Herbs Plus จึง ปลอดภัย 100%

  • ไม่มีสารตกค้าง ไม่มีการสะสมในระยะยาวไม่ทำลายตับ ปลอดภัยจากสเตรียรอยด์
  • ลดความเสี่ยง “การฟอกไต”
  • ปลอดภัยด้วยแคปซูลธรรมชาติสกัดจากผัก Veggie Capsules
  • สามารถรับประทานควบคู่ไปกับยาที่แพทย์สั่งได้ และ ปลอดภัย 100%

D – Herbs Plus

ให้ความมั่นใจแก่ผู้บริภาคได้อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต
จากองค์กรต่างๆทั้งในและต่างประเทศดังนี้

  • สำนักงานคณะกรรมาการอาหารและยา
  • องค์กรรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
  • องค์กรรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สหรัฐอเมริกา และ ยุโรป Organic Safety Standard of the United States Department of Agriculture (USDA) and the European Union of Agriculture Department (EU).
  • หน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ CODEX รับรองหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค GMP (Good Manufacturing Practice) Certified by CODEX
  • สมาพันธ์มังสวิรัติ รับรองว่าแคปซูลที่ใช้บรรจุ D – Plus Herbs เป็นแคปซูลเจ ระดับ Premium Vegetarian Capsule สีขาว ที่ผลิตจากพืช ไม่มีส่วนผสมของสารสกัดจากสัตว์
  • Vcaps :  Premium Vegetarian Capsule Certified
  • การประกาศเกียรติคุณจากหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ว่า
    D – Herbs Plus เป็นของดีจังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2016

D – Herbs Plus ทางเลือกสู่ทางรอด เพื่อชีวิตที่ดี

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

แสกน QR Code ที่นี่
2017-08-25T08:50:46+00:00